นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
INFORMATION SECURITY POLICY
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
FORTSECURE GLOBAL CO., LTD. มุ่งมั่นที่จะรักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และความพร้อมใช้งาน (Availability) ของสารสนเทศขององค์กรและลูกค้า ตามมาตรฐานสากล โดยอ้างอิงกรอบงาน ISO/IEC 27001, NIST Cybersecurity Framework และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1. ขอบเขตและวัตถุประสงค์
นโยบายนี้ครอบคลุมสินทรัพย์สารสนเทศทุกประเภท ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและกายภาพ ของบริษัทและลูกค้า รวมถึงระบบเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง เซิร์ฟเวอร์ บริการคลาวด์ ซอฟต์แวร์ รวมถึงบุคลากร ผู้รับเหมา และบุคคลที่เข้าถึงข้อมูลแทนบริษัท วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสารสนเทศได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอก
2. หลักการพื้นฐาน
- Confidentiality ปกป้องข้อมูลจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
- Integrity รักษาความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูล ป้องกันการเปลี่ยนแปลงโดยมิชอบ
- Availability ให้บริการและข้อมูลพร้อมใช้งานตามที่กำหนด
- Non-repudiation รับรองว่าการกระทำต่าง ๆ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
- Least Privilege มอบสิทธิ์เข้าถึงเพียงเท่าที่จำเป็น
3. การกำกับดูแลและความรับผิดชอบ
- คณะกรรมการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Committee) เป็นผู้กำกับดูแลนโยบายและทิศทาง
- ผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบสนับสนุนและจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอ
- เจ้าหน้าที่ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISO) รับผิดชอบดำเนินงานและประสานความร่วมมือข้ามหน่วยงาน
- ทุกบุคลากรมีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายและรายงานเหตุการณ์ที่น่าสงสัย
4. การจัดประเภทสินทรัพย์และข้อมูล
บริษัทจัดประเภทข้อมูลตามระดับความอ่อนไหว เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสม:
| ระดับ | คำอธิบาย | มาตรการควบคุม |
|---|---|---|
| 4 ลับ | ข้อมูลที่รั่วไหลทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง | เข้ารหัส + ควบคุมการเข้าถึงเข้มงวด + บันทึกการเข้าถึง |
| 3 อ่อนไหว | ข้อมูลที่รั่วไหลทำให้เกิดความเสียหายระดับกลาง | จำกัดการเข้าถึง + เข้ารหัส |
| 2 ภายใน | ข้อมูลใช้งานภายในองค์กร | ควบคุมการเข้าถึงตามหน้าที่ |
| 1 สาธารณะ | ข้อมูลเปิดเผยได้ | ควบคุมความถูกต้องและความพร้อมใช้งาน |
5. การควบคุมการเข้าถึง (Access Control)
- ใช้หลัก Least Privilege และ Role-Based Access Control (RBAC)
- การยืนยันตัวตนแบบ Multi-Factor Authentication (MFA) สำหรับระบบสำคัญและการเข้าถึงระยะไกล
- การตรวจสอบและทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงเป็นรายไตรมาส และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง
- การเพิกถอนสิทธิ์ทันทีเมื่อพนักงานลาออกหรือเปลี่ยนบทบาท
- การบันทึกและตรวจสอบการเข้าถึง (Access Log) ระบบสำคัญ
6. การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption)
- เข้ารหัสข้อมูลระหว่างการส่งผ่าน (TLS 1.2 ขึ้นไป) ทุกช่องทาง
- เข้ารหัสข้อมูลจัดเก็บ (AES-256) สำหรับข้อมูลระดับ 3 และ 4
- การจัดการกุญแและใบรับรอง (Key & Certificate Management) ตามมาตรฐาน
- การหมุนเวียนกุญแอย่างน้อยปีละครั้ง
7. ความมั่นคงปลอดภัยเครือข่าย (Network Security)
- แบ่งเขตเครือข่าย (Network Segmentation) แยกระบบสำคัญจากส่วนทั่วไป
- ติดตั้ง Firewall, IDS/IPS และตรวจสอบทราฟฟิกอย่างต่อเนื่อง
- ใช้ VPN สำหรับการเข้าถึงระบบภายในจากภายนอก
- บล็อกพอร์ตและบริการที่ไม่จำเป็น (Hardening)
8. ความมั่นคงปลอดภัยปลายทางและอุปกรณ์ (Endpoint Security)
- ติดตั้ง Endpoint Detection and Response (EDR) และป้อนกันมัลแวร์
- อัปเดตแพตช์ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ภายในกรอบเวลาที่กำหนด
- ควบคุมการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกและสื่อบันทึกข้อมูล
- ใช้นโยบายการเข้ารหัสฮาร์ดดิสก์ (Full Disk Encryption)
9. การจัดการความเสี่ยงและการประเมินช่องโหว่
- ประเมินความเสี่ยงสารสนเทศอย่างน้อยปีละครั้ง และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ
- สแกนช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เป็นประจำ
- ทดสอบเจาะระบบ (Penetration Test) อย่างน้อยปีละครั้ง
- ปรับปรุงการควบคุมตามผลการประเมินอย่างต่อเนื่อง
10. การตอบสนองเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัย (Incident Response)
บริษัทมีแผนตอบสนองเหตุการณ์ครอบคลุม 6 ขั้นตอน ดังนี้
- Preparation เตรียมความพร้อม บทบาท เครื่องมือ และช่องทางสื่อสาร
- Identification ตรวจจับและยืนยันเหตุการณ์ ประเมินขอบเขตและความรุนแรง
- Containment การกักกันเพื่อหยุดการลามและรักษาหลักฐาน
- Eradication กำจัดสาเหตุและภัยคุกคาม
- Recovery ฟื้นฟูระบบและยืนยันความปลอดภัยก่อนกลับสู่การใช้งาน
- Lessons Learned สรุปบทเรียนและปรับปรุงการควบคุม
กรอบเวลาการรายงานเหตุการณ์: เหตุการณ์ระดับสูงต้องรายงานภายใน 1 ชั่วโมง และเริ่มตอบสนองภายใน 4 ชั่วโมง
11. ความต่อเนื่องทางธุรกิจและการสำรองข้อมูล (BCP & Backup)
- สำรองข้อมูลสำคัญตามกำหนดเวลาที่กำหนด และเก็บแยกหลายสำเนา (3-2-1)
- ทดสอบการกู้คืนข้อมูลเป็นประจำ
- มีแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจและแผนกู้คืนภัยพิบัติ (DRP) และทดสอบเป็นประจำ
- กำหนด RTO/RPO ตามความสำคัญของระบบ
12. การจัดการบุคคลากร (Human Security)
- ตรวจสอบประวัติ (Background Check) บุคลากรตามความจำเป็น
- ให้การอบรมความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง
- ทดสอบสติและการตอบสนองต่อฟิชชิง (Phishing Simulation) เป็นประจำ
- มีข้อตกลงการรักษาความลับ (NDA) กับบุคลากรและผู้รับเหมา
13. การจัดการผู้รับเหมาและบุคคลที่สาม (Third-Party Risk)
- ประเมินความมั่นคงปลอดภัยของผู้ให้บริการก่อนเริ่มสัญญา
- กำหนดข้อกำหนดความมั่นคงปลอดภัยในสัญญา (SLA & Security Clauses)
- ติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างต่อเนื่อง
- จำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน
14. การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐาน (Compliance)
- ปฏิบัติตาม PDPA และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- รองรับมาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ NIST CSF
- รักษาหลักฐานการปฏิบัติตาม (Audit Trail) สำหรับการตรวจสอบ
- ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อได้รับคำขอ
15. การตรวจสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
- ตรวจสอบภายในด้านความมั่นคงปลอดภัยเป็นประจำทุกปี
- ทบทวนนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างน้อยปีละครั้ง
- ประเมินประสิทธิผลของการควบคุมและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
- ส่งเสริมวัฒนธรรมความมั่นคงปลอดภัยในทุกระดับขององค์กร
16. การละเว้นและการดำเนินการทางวินัย
การไม่ปฏิบัติตามนโยบายนี้อาจนำไปสู่การดำเนินการทางวินัยตามระเบียบบริษัท รวมถึงการดำเนินคดีทางกฎหมายในกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง
นโยบายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ บริษัทขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงและแก้ไขตามความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องทราบ
