ความปลอดภัยไซเบอร์
ยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยบนระบบคลาวด์ด้วย ISO 27017 และ ISO 27018 ป้องกัน Data Breach
เมื่อบริการ Cloud กลายเป็นหัวใจของธุรกิจ มาตรฐาน ISO/IEC 27017 และ ISO/IEC 27018 จึงเป็นเกราะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลและการรั่วไหลของข้อมูลที่องค์กรขาดไม่ได้
ทำไมมาตรฐานเฉพาะด้านคลาวด์จึงมีความสำคัญต่อการป้องกันข้อมูลรั่วไหล
การย้ายระบบงานขึ้นสู่ระบบคลาวด์ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งความเสี่ยงจากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล (Data Breach) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานผิดพลาด (Misconfiguration) หรือช่องโหว่ในการจัดการ Credential แม้ว่า ISO/IEC 27001:2022 - Information security management systems จะครอบคลุมภาพรวมของ ISMS แต่การใช้งานคลาวด์ต้องการแนวทางการควบคุมที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น
มาตรฐาน ISO/IEC 27017 มอบแนวทางปฏิบัติสำหรับการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยในบริการคลาวด์ (Cloud Security) ทั้งในมุมของผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud Service Provider) และผู้ใช้บริการ (Cloud Customer) ขณะที่ ISO/IEC 27018 มุ่งเน้นการคุ้มครองข้อมูลระบุตัวตน (PII) บนระบบคลาวด์สาธารณะโดยเฉพาะ ซึ่งสอดรับกับหลักเกณฑ์การป้องกันข้อมูลรั่วไหลในระดับสากล
คำแนะนำสำหรับองค์กรไทยในการบูรณาการควบคุมความปลอดภัยคลาวด์
เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์และการทำผิดเงื่อนไขความปลอดภัย องค์กรในประเทศไทยควรนำข้อกำหนดต่อไปนี้มาปรับใช้:
- แบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน: นำเกณฑ์ ISO 27017 มากำหนดบทบาทระหว่างองค์กรและ Cloud Provider ให้ชัดเจน เช่น การจัดการระบบสำรองข้อมูล การเข้ารหัสลับ และการตรวจสอบการเข้าถึง
- เพิ่มความเข้มงวดในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลบนคลาวด์: ปฏิบัติตาม ISO 27018 ด้วยการจำกัดการนำข้อมูลลูกค้าไปประมวลผลนอกเหนือวัตถุประสงค์ พร้อมเปิดใช้งานการเข้ารหัสข้อมูลทั้งในระหว่างส่ง (In Transit) และขณะจัดเก็บ (At Rest)
- เฝ้าระวังและทดสอบเหตุการณ์ผิดปกติสม่ำเสมอ: จัดทำระบบ Cloud Security Posture Management (CSPM) และแผนตอบสนองต่อเหตุภัยคุกคามเพื่อลดผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์ละเมิดข้อมูล
แหล่งอ้างอิง
* Facebook / LinkedIn ไม่อนุญาตให้ใส่ข้อความให้ล่วงหน้า — กดปุ่มจะคัดลอกข้อความให้ก่อน เปิดหน้าแชร์แล้ววาง (paste) ได้เลย พรีวิวการ์ดจะแสดงอัตโนมัติเมื่อวางลิงก์
